---

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

10 สุดยอดอาหารที่คุณสาว ๆ พลาดไม่ได้



อาหารเพื่อสุขภาพ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          หากคุณสาว ๆ คนไหนเป็นคนชอบทาน แต่ก็ไม่อยากอ้วน จริง ๆ แล้ว คุณสามารถทำทั้งสองอย่างได้พร้อม ๆ กัน ด้วยการเลือกอาหารที่อร่อยด้วย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยอย่างที่เว็บไซต์สุขภาพ Health.com รวบรวมสุดยอดอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพคุณสาว ๆ มากที่สุด มาบอกกัน

อลาสกา แซลมอน

 1.อลาสกา แซลมอน

          นี่คืออาหารที่ผู้หญิงทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะในเนื้อปลาแซลมอนเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ซึ่งดีต่อหัวใจเอามาก ๆ แถมยังช่วยปรับอารมณ์ของคุณไม่ให้ซึมเศร้า และช่วยป้องกันมะเร็ง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ ในปลาแซลมอนยังมีโปรตีน และวิตามินดี ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ผู้หญิงมักจะขาด และสำหรับว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย ก็ต้องหาแซลมอนมารับประทานโดยด่วน เพราะในเนื้อปลายังมี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมัน ที่เป็นสารอาหารจำเป็น สำหรับลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย

           ทานแค่ไหนดี : สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา แนะนำว่า ควรทานปลาแซลมอน หรือปลาที่มีกรดไขมันดีคล้าย ๆ กับแซลมอน สัปดาห์ละ 2 มื้อ แต่ถ้าหาปลาอลาสกา แซลมอน สด ๆ ไม่ได้ จะทานเป็นปลาแซลมอนกระป๋องก็ได้เหมือนกัน
บลูเบอร์รี่

 2.อลาสกา ไวด์ บลูเบอร์รี่ (Alaska Wild Blueberry)

          ถ้าคุณเคยได้ยินว่า ผลไม้จำพวกเบอร์รี่เป็นผลไม้ชั้นยอดที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่่มีประโยชน์ "บลูเบอร์รี่ป่า" จากอลาสกา ก็คืออัญมณีชั้นยอดกว่านั้นเลยล่ะ เพราะนี่คืออาหารชั้นยอดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก จึงช่วยชะลอความชรา ซึ่งคุณสาว ๆ คงถูกใจเป็นแน่แท้ นอกจากนั้นแล้ว "บลูเบอร์รี่ป่า" ยังช่วยปกป้องอาการความจำเสื่อม ควบคุมเซลล์ประสาทสั่งการให้ทำงานเป็นปกติ แถมยังช่วงลดความดันโลหิตด้วย

          แล้วทำไมต้องเป็น "บลูเบอร์รี่ป่า" นะหรือ? ก็เพราะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ได้เคยทดสอบหาสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารแต่ละชนิด แล้วก็พบว่า "บลูเบอร์รี่" ชนะเลิศ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าใครเพื่อน โดยประกอบด้วย "แอนโทไซยานิน" ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ แถมยังมีแคลอรีต่ำ คุณสาว ๆ จึงหยิบมาทานได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยล่ะ

           ทานแค่ไหนดี : เลือกทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ให้หลากหลายชนิด สักวันละครึ่งถ้วยหรือหนึ่งถ้วยก็พอแล้ว และในบรรดาเบอร์รี่นั้นควรมีบลูเบอร์รี่ป่าด้วย โดยสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต
ข้าวโอ๊ต

 3.ข้าวโอ๊ต

          เรารู้กันดีว่า "ข้าวโอ๊ต" สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ แต่การศึกษาใหม่ยังพบด้วยว่า ในข้าวโอ๊ตเต็มไปด้วยไฟเบอร์ ทั้งที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งไฟเบอร์เหล่านี้จะช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณได้ดีเลยล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าลืมเลือกทานข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้านะจ๊ะ

           ทานแค่ไหนดี : พยายามทานข้าวโอ๊ตให้ได้ทุกวัน หรือจะเลือกพวกโฮลเกรนแทนก็ได้ โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา แนะนำว่า แต่ละวันเราควรรับประทานไฟเบอร์ให้ได้ 25-30 กรัม ซึ่งนั่นเท่ากับปริมาณของไฟเบอร์โดยเฉลี่ยที่หาได้จากข้าวโอ๊ตบดเลยนะ
บร็อคโคลี่

 4.บร็อคโคลี่

          การศึกษาครั้งใหม่ค้นพบว่า เจ้าผักสีเขียวเข้มนี้สามารถช่วยปกป้องคุณสาว ๆ ไม่ให้เป็นมะเร็งเต้านมได้ เพราะมันจะไปช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผลิตออกมามากเกินไป นอกจากนั้นแล้ว ในบร็อคโคลี่ ยังเต็มไปด้วยวตามินซี และวิตามินเอ แถมยังช่วยให้คุณอิ่มท้องเร็ว ๆ โดยได้รับพลังงานเพียงแค่ 30 แคลอรีเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงคุณจะได้รับไฟเบอร์ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก และโปแตสเซียม เป็นโบนัสอีกนะ

           ทานแค่ไหนดี : อย่าลืมเลือกบร็อคโคลี่อยู่ในมื้ออาหารของคุณสัก 2 ถ้วย หรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์

วอลนัท

 5.วอลนัท

          "มีทั้ง โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และโอเมก้า-3 แล้วจะมีเหตุผลอื่นใดอีกที่คุณสาว ๆ จะไม่เลือกทานวอลนัทล่ะ" ดร.เดวิด แอล แคทซ์ จากโรงเรียนแพทย์เยล บอก

          หากทานวอลนัททุกวัน จะช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง นอนหลับได้ดีขึ้น จัดการความเครียดได้ง่ายขึ้น ช่วยปกป้องโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และอีกสารพัดประโยชน์ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการศึกษาชิ้นใหม่ล่าสุด บอกให้เรารู้ด้วยว่า วอลนัท มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในหนูได้ด้วย เช่นนี้แล้วคุณสาว ๆ ยังจะมองข้ามวอลนัทไปอีกหรือจ๊ะ

           ทานแค่ไหนดี : ทานวอลนัทสักวันละ 1 ออนซ์ หรือประมาณ 28 กรัม ทุกวัน

อโวคาโด

 6.อะโวคาโด

          แม้ว่าคุณสาว ๆ อาจจะเคยรู้มาว่า "อะโวคาโด" มีไขมันสูง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรอกนะจ๊ะ เพราะกรดไขมันในอะโวคาโดนั้นดีต่อหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังช่วยลดพุงน้อย ๆ ของคุณด้วย นอกจากนั้นแล้ว อะโวคาโด ยังมีโปแตสเซียม แมกนีเซียม โฟเลต โปรมีน วิตามินบี 6 และวิตามินเค แถมยังมีไฟเบอร์ และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อีก ด้วยเหตุผลที่ยกมา แล้วคุณจะกลัวไขมันในอะโวคาโดอยู่อีกทำไมล่ะ

           ทานแค่ไหนดี : เลือกทานวันละ 1 ใน 4 หรือครึ่งผลก็พอแล้ว
ถั่วแดง

 7.ถั่วแดง

          บรรดาถั่วทั้งหลายจัดเป็นอาหารที่มีสารอาหารมากอยู่แล้ว แต่ที่ถั่วแดงได้รับการจัดอันดับไว้เป็นสุดยอดอาหารของสาว ๆ ในที่นี้ด้วย เป็นเพราะในถั่วแดงเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีโปรตีน โฟเลต แร่ธาตุ และไฟเบอร์รวมทั้งแป้งที่ย่อยเป็นน้ำตาลได้ยาก (Resistant Starch) ที่เพิ่งถูกค้นพบว่ามีประโยชน์สารพัด ทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ท้องอิ่มเร็ว และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้อีกต่างหาก

           ทานแค่ไหนดี : ทานถั่วแดงต้มสัปดาห์ละ 3 ถ้วยสิ แต่ถ้ากลัวท้องจะอืด ก็ให้เริ่มจากทานปริมาณน้อย ๆ ก่อน เช่นทานถั่วแดงต้มทุกวัน วันละ 1 ช้อนชา แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ในสัปดาห์ถัดไป

โยเกิร์ต

 8.กรีกโยเกิร์ต ไร้ไขมัน

          กรีกโยเกิร์ตเต็มไปด้วยแคลเซียมซึ่งดีต่อกระดูกและฟัน แถมเพียงแค่กรีกโยเกิร์ตถ้วยเดียว ยังมีแคลเซียมสูงถึง 1 ใน 4 ของปริมาณที่ผู้หญิงต้องการต่อวัน มีโปรตีนมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป 2 เท่า แถมยังไร้ไขมันอีกต่างหาก ซึ่งเหมาะกับคุณสาว ๆ ที่มีอาการลำไส้แปรปรวน หรือ IBS และยังมีโพไบโอติกสูง ซึ่งแม้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า โพไบโอติกดีต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยืนยันว่า โพไบโอติกจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเฉพาะในฤดูที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด กรีกโยเกิร์ตจะช่วยปกป้องสุขภาพของคุณสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี

           ทานแค่ไหนดี : ทานให้ได้อย่างน้อย 3 หน่วยบริโภคทุกวัน ( 1 ถ้วยแบ่งทานได้ 3 ครั้ง)
น้ำมันมะกอก

 9.น้ำมันมะกอก

          เมื่อพูดถึง "น้ำมัน" สาว ๆ หลายคนอาจจะขยาด แต่สำหรับ "น้ำมันมะกอก" ซึ่งพบได้บ่อยในอาหารจำพวกเมดิเตอร์เรเนียนนั้น ดีต่อสุขภาพอย่างสุด ๆ โดยเฉพาะต่อหัวใจ และสมอง ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยืนยันว่า น้ำมันมะกอกจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ และยังช่วยบำรุงสมอง จัดระบบระเบียบความคิดไม่ให้ยุ่งเหยิงได้อีกต่างหาก

          ไม่หมดแค่นั้้นนะ เพราะการศึกษาจากประเทศสเปน ในปี 2008 ยังระบุว่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (Extra-virgin olive oil) ซึ่งเป็นน้ำมันมะกอกคุณภาพดีที่สุด เพราะสกัดแยกน้ำมันออกมาจากผลมะกอกโดยตรง สามารถช่วยปกป้องคุณสาว ๆ จากมะเร็งเต้านมได้ เพราะฉะนั้น อย่าลืมเลือกใช้น้ำมันมะกอกทาขนมปังแทนการใช้เนย หรือใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารแทนน้ำมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพทั้งหลายเสียล่ะ

           ทานแค่ไหนดี : วันละ 2 ช้อนโต๊ะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้แล้ว

ช็อกโกแลต

 10.ดาร์ก ช็อกโกแลต

          คงถูกใจสาว ๆ ที่ชอบทานช็อกโกแลต เพราะช็อกโกแลตก็ชอบคุณด้วยเหมือนกัน แต่ต้องเป็น "ดาร์ก ช็อกโกแลต" ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโกโก้เท่านั้นนะ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และสโตรก นั่นเพราะดาร์ก ช็อกโกแลต มีแมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง สังกะสี และฟอสฟอรัส ในปริมาณมาก ซึ่งสารอาหารทั้งหลายเหล่านี้ยังช่วยให้กระดูกของคุณแข็งแรงด้วย

          นอกจากนั้นแล้ว จากการศึกษายังพบอีกว่า ดาร์ก ช็อกโกแลต จะช่วยทำให้ผิวมีน้ำมีนวลมากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้สมองเฉียบแหลมขึ้นอีกต่างหาก แถมยังช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นด้วยนะ

           ทานแค่ไหนดี : แนะนำว่าให้ทานสักวันละ 1 ส่วน 4 ออนซ์ก็พอ แต่ต้องแน่ใจด้วยนะว่าช็อกโกแลตที่คุณเลือกน่ะ มีส่วนผสมของ โกโก้ อย่างน้อย 70% เพราะถ้าไม่ใช่ดาร์ก ช็อกโกแลต แล้วล่ะก็ คุณอาจจะได้รับความอ้วนกลับมาแทน

เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน





เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน (ไทยโพสต์)

          หลักแพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า "สี" นอกจากจะสื่อรักและบอกอารมณ์ได้แล้ว สียังช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจแข็งแรงขึ้นได้ด้วย และแม้ว่าสีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ก็สามารถหล่อหลอมเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน

          ดังนั้นการนำสมุนไพรไทยหลากสีสันมาเปลี่ยนเป็นเมนูสุขภาพ
 เช่น การเลือกกระเจี๊ยบที่เป็นตัวแทนของสีแดง มาปรุงเป็นเมนู "กระเจี๊ยบกวน" สำหรับช่วยบำรุงหัวใจและลดไขมันในเลือด หรือหยิบดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นตัวแทนของสีเหลือง มาทำเป็น "ชาดอกดาวเรือง" ก็สามารถเพิ่มธาตุเหล็ก บำรุงสมอง และบำรุงสายตาสำหรับผู้ที่เหนื่อยล้าจากการใช้สายตาได้เช่นกัน หรือจะเป็นเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้สีม่วงจาก "ดอกอัญชัน" ก็สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี

          เรียกได้ว่าประโยชน์ของการหยิบสมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้ ขึ้นมาปรุงเป็นเมนูอาหารที่นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพดีแล้ว แต่การนำไอเดียสุดสร้างสรรค์เหล่านี้ ไปปรุงเป็นของขวัญมอบให้กับคนที่รักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ก็ถือเป็นเมนูสุขภาพที่สุดพิเศษ เพราะปรุงด้วยใจและความรัก และที่สำคัญมีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก


          น.ส.แววใจ พิมพ์พิลา นักการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร บอกว่า สำหรับเมนูกระเจี๊ยบกวนที่เป็นตัวแทนของสีแดง หรือสีที่ช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นนั้นเหมาะสำหรับคนธาตุลม เนื่องจากคนธาตุลมจะมีความแปรปรวน อ่อนไหว ขี้หนาวขี้ร้อน ดังนั้นหากได้สีแดงซึ่งเป็นสีที่สื่อให้เห็นถึงความเข้มแข็งอดทน ก็จะช่วยให้ผู้ที่เกิดธาตุลมมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และนอกจากสรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การรับประทานกระเจี๊ยบยังสามารถกระตุ้นความจำ และทำให้เซลล์ประสาททำหน้าที่ได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญยังสามารถเป็นยาระบายได้ดีเช่นกัน เนื่องจากกระเจี๊ยบนั้นมีรสเปรี้ยว 

          สำหรับวิธีการปรุงกระเจี๊ยบกวนนั้น เริ่มจากการนำดอกกระเจี๊ยบ 500 กรัม ตามด้วยน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 2 ถ้วยตวง เกลือ 1 ช้อนชา หลังจากนั้นให้นำกระเจี๊ยบไปต้มจนเละ นำไปปั่นจนละเอียดและนำไปกวนต่อ เติมส่วนผสมที่เตรียมไว้ แล้วกวนต่อไปเรื่อย ๆ จนแห้ง จากนั้นเพิ่มความเก๋ด้วยการเทกระเจี๊ยบกวนลงบนแม่พิมพ์รูปหัวใจ แล้วไปตากจนแห้ง ก็จะได้กระเจี๊ยบกวนรูปหัวใจ ที่นอกจากจะสวยและแปลกแล้ว ยังทำให้สุขภาพดีได้อีกด้วย

ชาดอกดาวเรือง

          ต่อกันด้วยเมนูเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกายอย่าง "ชาดอกดาวเรือง" ตัวแทนของสีเหลือง หรือสีที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกให้ดูสดใสกระฉับกระเฉงตื่นตัว ซึ่งเหมาะสำหรับคนธาตุน้ำและธาตุดิน ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เชื่องช้า ขั้นตอนในการชงชาดอกดาวเรืองนั้น เริ่มต้นที่การนำดอกดาวเรืองแก่ตากแห้ง 1 ดอก ต้มในน้ำร้อนประมาณ 1 แก้ว หรือผสมน้ำร้อนชงดื่มก็ได้เช่นกัน 

          สำหรับชาดอกดาวเรืองนี้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดัน และผู้ที่ใช้สายตาในการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หมอแววแนะนำให้ดื่มชาดอกดาวเรืองได้ 3 มื้อภายใน 1 วัน

ชาดอกอัญชัน


          ส่วนเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพลำดับต่อมาคือ "ชาดอกอัญชัน" ที่ให้สีม่วง และมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกายได้ดีอีกด้วย เนื่องจากดอกอัญชันมีรสเย็น จึงเหมาะสำหรับคนที่เกิดในธาตุไฟที่มักใจร้อน ขี้หงุดหงิด และที่สำคัญมีอาการร้อนในได้ค่อนข้างบ่อย 

          สำหรับขั้นตอนในการชงชาดอกอัญชันนั้น นักการแพทย์แผนไทยบอกว่า ใช้หลักการเดียวกับการชงชาดอกดาวเรือง โดยเลือกดอกอัญชัญตากแห้ง 4-5 ดอกสำหรับการชงดื่มในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ดอกอัญชัญยังใช้กับภายนอกร่างกายได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม หรือทำให้ขนคิ้วดกดำ

          นอกจากการนำสมุนไพรหลากสีมาปรุงเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว การนำหญ้าดอกขาวสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นตัวแทนของสีขาว ซึ่งมีสรรพคุณแก้ร้อนใน แก้หอบหืด มามอบเป็นช่อดอกไม้ เพื่อแสดงออกถึงความรักที่บริสุทธิ์ในเทศกาลแห่งความรัก หรือการนำใบเตยมาพับเป็นรูปดอกกุหลาบ เพื่อมอบให้ผู้ที่ไม่สมหวังในเรื่องของความรัก สีเขียวและกลิ่นหอมของใบเตยจะช่วยในการบำรุงหัวใจ และสร้างความสดชื่นให้กับผู้รับได้ หรือมอบช่อดอกบานไม่รู้โรยสีชมพูสดใส เพื่อสื่อถึงความรักที่ไม่โรยรา ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะสีแต่ละสีนั้นนอกจากจะช่วยสื่ออารมณ์ได้แล้ว ยังช่วยสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับผู้พบเห็นได้อีกด้วย